เกี่ยวกับเรา

เนย์มาร์

โปรไฟล์

เนย์มาร์

เนย์มาร์
นักฟุตบอล
เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโยร์ เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นให้กับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และฟุตบอลทีมชาติบราซิลในตำแหน่งกองหน้า ผลจากการย้ายทีมจากรังเก่าอย่าง สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาไปสโมสรฟุตบอลปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ทำให้เนย์มาร์เป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก 222 ล้านยูโร หรือ 198 ล้านปอนด์ วิกิพีเดีย
เกิด: 5 กุมภาพันธ์ 2535 (อายุ 29 ปี), โมจีดาสกรูซีส, รัฐเซาเปาลู, บราซิล
ความสูง: 1.75 ม.
ชื่อเต็ม: Neymar da Silva Santos Júnior
เงินเดือน: 36 ล้าน GBP (พ.ศ. 2563)
ทีมปัจจุบัน: สโมสรฟุตบอลปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง (#10 / กองหน้า), ฟุตบอลทีมชาติบราซิล (กองหน้า), Brazil
บุตร: เดวิด ลุกกา ดา ซิลวา


เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโยร์ (โปรตุเกส: Neymar da Silva Santos Júnior; เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992) เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นให้กับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และฟุตบอลทีมชาติบราซิลในตำแหน่งกองหน้า ผลจากการย้ายทีมจากรังเก่าอย่าง สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาไปสโมสรฟุตบอลปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ทำให้เนย์มาร์เป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก 222 ล้านยูโร หรือ 198 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,910 ล้านบาท)

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ ในการแข่งขันรอบแรกนัดสุดท้าย เนย์มาร์เป็นผู้ยิงประตูแรกให้แก่บราซิล ที่พบกับแคเมอรูนในนาทีที่ 17 ซึ่งประตูนี้นับเป็นประตูที่ 100 ของทีมชาติบราซิล และนับเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดที่ 100 ของบราซิลอีกด้วย[2]

แต่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่บราซิลพบกับโคลอมเบีย แม้บราซิลจะเป็นฝ่ายชนะไป 2-1 แต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังถึงขั้นร้าวเมื่อปะทะกับฮวน กามิโล ซุญญิกา กองหลังของโคลอมเบียที่กระโดดเข้าใส่ที่หลัง ทำให้ต้องหยุดเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ ซึ่งในรอบต่อมาบราซิลก็เป็นฝ่ายแพ้ต่อเยอรมนีไปถึง 1-7 ประตู ทำให้หมดสิทธิที่จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ

สโมสรอาชีพ
บาร์เซโลนา
ฤดูกาล 2013-2014
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้
ฤดูกาล 2014-2015

เนย์มาร์ลงเล่นให้กับบาร์เซโลนา ในนัดที่เจอกับ บิยาร์เรอัล
ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ได้ยิง 2 ประตูแรกในลาลิกา ฤดูกาล 2014–15 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 3 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เลบันเต 5-0 ต่อมา ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำแฮตทริกให้กับบาร์เซโลนา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ กรานาดา 6-0 ต่อมา ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2014 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014–15 เนย์มาร์ ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ที่ปาร์กเดแพร็งส์ 2-3

ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-0 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 22 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เนย์มาร์ ได้ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา 2-3 ประตูรวม บาร์เซโลนา เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 5-3 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2015 บาร์เซโลนา เจอกับ อัตเลติกเดบิลบาโอ ที่สนามกัมนอว์ ของบาร์เซโลนา เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในโกปาเดลเรย์ ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 3-1 คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ สมัยที่ 27 มาครอง พาทีมคว้าแชมป์ที่สองได้สำเร็จ

ในวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา เจอกับ ยูเวนตุส ที่สนามโอลึมพีอาชตาดีอ็อนในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เนย์มาร์ ทำประตูที่ 10 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ ยูเวนตุส 3-1 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 5 มาครอง พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จ จบฤดูกาล 3 ประสาน MSN (เมสซิ, ซัวเรซ และเนย์มาร์) ยิงประตูรวมทั้งหมด 122 ประตู ทำลายสถิติ 118 ประตูของ เรอัลมาดริด (คริสเตียโน โรนัลโด, กอนซาโล อิกัวอิน และ การีม แบนเซมา ในฤดูกาล 2011-12)

ฤดูกาล 2015-2016
เนย์มาร์ป่วยเป็นคางทูม ทำให้ไม่ได้ลงสนามในนัดที่ บาร์เซโลนา ลงเล่นในยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2015และซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา 2015 ต่อมา ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูแรกในลาลิกา ฤดูกาล 2015–16 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติโกเดมาดริด ที่สนามกีฬาบีเซนเตกัลเดรอน 2-1 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เลบันเต 4-1 ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซลตาบีโก 1-4 ต่อมา ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 4 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซบิยา 1-2 ต่อมา ในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำแฮตทริกยิง 4 ประตูให้ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ ราโยบาเยกาโน 5-2 ต่อมา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 9 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เฆตาเฟ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตูในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บาเต บอรีซอฟ 3-0 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บิยาร์เรอัล 3-0 ต่อมา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 12 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เรอัลมาดริด คู่ปรับตลอดกาล ที่ซานเตียโก เบร์นาเบว 4-0 ต่อมา ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 4-0 ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ มีชื่อ 1 ใน 3 คนสุดท้ายเข้าชิงรางวัล 2015 ฟีฟ่าบาลงดอร์ ร่วมกับ เมสซี่ และ โรนัลโด สุดท้ายเป็น เมสซี่ ที่คว้ารางวัลนี้ไปครอง

ในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เนย์มาร์ทำประตูแรกในโกปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2015–16 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัสปัญญ็อล 4-1 ต่อมา ในวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 15 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ กรานาดา 4-0 ต่อมา ในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 16 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 6-0 ต่อมา ในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ในโกปาเดลเรย์ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ ที่ซานมาเมส 2-1 ต่อมา ในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในโกปาเดลเรย์ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 3-1 รวมผลสองนัด บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 5-2 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ โกปาเดลเรย์ได้สำเร็จ

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 17 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เซลตาบีโก 6-1 ต่อมา ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 18 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ ลัสปัลมัส 2-1 ต่อมา ในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เฆตาเฟ 6-0 ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อาร์เซนอล 3-1 รวมผลสองนัด บาร์เซโลนา เอาชนะ อาร์เซนอล 5-1 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 21 ในลาลิกาด้วยลูกจุดโทษ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เสมอกับ บิยาร์เรอัล 2-2 ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 22 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เดปอร์ติโบเดลาโกรุญญา 8-0 ต่อมา ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 23 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ สปอร์ติงเดคีคอน 6-0 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 24 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัสปัญญ็อล 5-0 ต่อมา ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ลาลิกา นัดปิดฤดูกาล บาร์เซโลนา เจอกับ กรานาดา เป็นนัดตัดสินแชมป์ลาลิการะหว่าง บาร์เซโลนา กับ เรอัลมาดริด ในนัดนี้ บาร์เซโลนา จะต้องชนะ กรานาดา บาร์เซโลนา ก็จะได้แชมป์ลาลิกา เนย์มาร์จ่ายบอลให้ ซัวเรซ ทำแฮตทริก โดย บาร์เซโลนา เอาชนะ กรานาดา 3-0 ช่วยให้ บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลิกามาครอง ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2016 บาร์เซโลนา เจอกับ เซบิยา ที่สนามกีฬาบีเซนเตกัลเดรอน เนย์มาร์ทำประตูช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ เซบิยา ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-0 คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ สมัยที่ 28 มาครอง พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2016-2017
ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2016 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2016–17 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C เนย์มาร์ทำประตูแรกในฤดูกาล 2016-17 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำ 4 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เซลติก จากสกอตแลนด์ 7-0 ต่อมา ในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูแรกในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เลกาเนส 5-1 ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ สปอร์ติงเดคีคอน 5-0 ต่อมา ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 4 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซลตาบีโก 3-4 ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี จากอังกฤษ 4-0[ต้องการอ้างอิง]

ในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2017 โกปาเดลเรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง เนย์มาร์ทำประตูแรกในโกปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2016–17 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 3-1 และประตูแรกของเขาในรอบเกือบ 3 เดือน รวมผลสองนัด บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 4-3 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ โกปาเดลเรย์ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2017 โกปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ทำประตูชัยด้วยลูกจุดโทษ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 1-0 ต่อมา ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 5 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เออิบาร์ 4-0 ต่อมา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 6 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เดปอร์ติโบอาลาเบส 6-0 ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 7 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ สปอร์ติงเดคีคอน 6-1 ต่อมา ในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 8 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เซลตาบีโก 5-0 ต่อมา ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เจอกับ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยนัดแรก บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ที่ฝรั่งเศส 0-4 ในนัดนี้ บาร์เซโลนา จะต้องชนะ 5-0 ถึงจะผ่านเข้ารอบต่อไป โดย เนย์มาร์ยิง 2 ประตูให้ บาร์เซโลนา เอาชนะไป 6-1 รวมผลสองนัด บาร์เซโลนา เอาชนะ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 6-5 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[4] ต่อมา ในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 9 ในลาลิกา และเป็นประตูที่ 100 ให้กับ บาร์เซโลนา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ กรานาดา 4-1[5]

ในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2017 เนย์มาร์โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ มาลากา 0-2 ทำให้ เนย์มาร์โดนแบน 3 นัด ส่งผลให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นในศึกเอลกลาซีโก กับ เรอัลมาดริด อีกด้วย ต่อมา ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำประตูที่ 10 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บิยาร์เรอัล 4-1 ต่อมา ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 เนย์มาร์ทำแฮตทริกยิง 3 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ ลัสปัลมัส 4-1[6] ต่อมา ในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 ลาลิกา นัดปิดฤดูกาล 2016–17 บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เจอกับ เออิบาร์ เป็นนัดตัดสินแชมป์ลาลิการะหว่าง บาร์เซโลนา กับ เรอัลมาดริด ในนัดนี้ บาร์เซโลนา จะต้องชนะ เออิบาร์ และต้องลุ้นให้ มาลากา เอาชนะ เรอัลมาดริด บาร์เซโลนา ก็จะได้แชมป์ลาลิกา โดย บาร์เซโลนา เอาชนะ เออิบาร์ 4-2 แต่สุดท้าย เรอัลมาดริด เอาชนะ มาลากา 2-0 ทำให้ บาร์เซโลนาพลาดโอกาสคว้าแชมป์ลาลิกา อย่างน่าเสียดาย[7] ต่อมา ในวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2017 บาร์เซโลนา เจอกับ เดปอร์ติโบอาลาเบส ที่สนามกีฬาบีเซนเตกัลเดรอน เนย์มาร์ ทำประตูที่ 3 ในโกปาเดลเรย์ ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ เดปอร์ติโบอาลาเบส 3-1 คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ สมัยที่ 29 มาครองได้สำเร็จ

ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง
ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนกลางปี ค.ศ. 2017 มีกระแสข่าวลือว่าเนย์มาร์จะออกจากบาร์เซโลนาและย้ายไปยังสโมสรใดสโมสรหนึ่งระหว่างเชลซี, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ หรือปารีแซ็ง-แฌร์แม็งในลีกเอิงของประเทศฝรั่งเศส หากตกลงค่าเหนื่อยได้ที่ 515,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์แต่มีค่าตัวหรือค่าฉีกสัญญาที่สูงถึง 222 ล้านยูโร (198 ล้านปอนด์) โดยจุดชนวนการย้ายทีมของเนย์มาร์เริ่มที่การทะเลาะเบาะแว้งกันของเนย์มาร์กับทีมสตาฟฟ์โค้ชของลุยส์ เอนริเกและมีกระแสที่จะออกจากทีมหนักขึ้นจนกระทั่งต้องยกเลิกงานพบปะกับแฟนคลับที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนและเกิดกระแสว่าจะทำให้ทางสโมสรปลายทางจะผิดกฎไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์หรือกฎทางการเงินของยูฟ่า จนกระทั่งลาลิกาต้องขอหยุดการเจรจาชั่วคราวแต่ทางยูฟ่าก็ออกมาอนุญาตให้ทางสโมสรปลายทางซื้อเนย์มาร์ได้และพ่อของเนย์มาร์ซึ่งเป็นตัวแทนของเขาหยุดการสนับสนุนบาร์เซโลนาเมื่อรู้ว่าลูกชายถูกคณะกรรมการบริหารของสโมสรปฏิเสธการจ่ายโบนัสต่อสัญญามูลค่า 26 ล้านยูโรจนกระทั่งเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเมื่อเนย์มาร์เดินทางไปตรวจร่างกายที่โปร์ตู และเดินทางไปที่ปารีสทันที และบาร์เซโลนาได้ออกแถลงการณ์การย้ายทีมของเนย์มาร์ จนกระทั่งวันที่ 3 สิงหาคม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ก็ได้แถลงข่าวเปิดตัวเนย์มาร์ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร (198 ล้านปอนด์) เป็นการทำลายสถิตินักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลกของปอล ปอกบา ลง โดยเนย์มาร์จะเซ็นสัญญากับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งหมายความว่าเขาจะหมดสัญญาอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2022 และจะสวมเสื้อหมายเลข 10 แทนที่ฆาบิเอร์ ปัสโตเร